Olympus OM-D E-M10 Mark I ความละเอียดภาพอันดับหนึ่ง

Olympus-OM-D

กล้อง Mirrorless ที่ออกมาเพื่อมือสมัครเล่น แต่คุณภาพมากมายกว่าขนาดตัว ที่มาพร้อมความพิเศษมากมาย

OM-D คืออะไร?

เมื่อถึงยุค Digital ค่าย Olympus จึงสร้าง OM-D ขึ้นมา โดย OM-D เป็นคำย่อมาจากคำว่า OM Digital อันเป็นลักษณะการตั้งชื่อของกล้องไลน์นี้ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ และจะตามด้วย E-M หลังจากนั้นก็จะตามด้วยตัวเลข ยกตัวอย่างเช่น OM-D E-M5, OM-D E-M1 เป็นต้น โดยความลับ คือ ยิ่งตัวเลขตามข้างหลังน้อยเท่าไหร่ ระดับของกล้องก็จะถูกวางไว้สูงมากขึ้น

สำหรับ OM-D E-M10 II เป็นกล้องที่จากไลน์ OM-D ซึ่งมีราคาถูกที่สุด โดยทาง Olympus เรียกกล้องรุ่นนี้ว่า Entry-level OM-D

Olympus-OM-D-pic

ในส่วนเซนเซอร์ของกล้องตัวนี้ จะเป็นแบบ CMOS ซึ่งมีขนาดของ Micro Four Thirds ความละเอียดของภาพอยู่ที่ 16.1 ล้าน Pixel โดยขนาดของเซนเซอร์บวกกับความละเอียดเท่านี้ ก็เพียงพอต่อการใช้งานในระดับทั่วไปแล้ว ซึ่งเหมาะสำหรับมือใหม่ที่กำลังหัดเรียนรู้ ถึงขนาดเซนเซอร์จะมีขนาดเล็กกว่ากล้องจำพวก aps-c หรือ full-frame หากแต่ขนาดเซนเซอร์ขนาดนี้ ก็ทำให้ Olympus ได้เปรียบในเรื่องของร่างกายขนาดเล็กพกพาง่าย รวมทั้งการโฟกัสก็รวดเร็วทันใจ Shutter มาด้วยความเร็วสูงสุด 1/4000 วินาที หรือถ้าจะช้าสุดก็คือ 60 วินาที อีกทั้งยังมีโหมด Bulb ให้ใช้ และก็ยังมี Electronic shutter ทำให้ถ่ายรูปได้เร็วสุด 1/16000 วินาที อีกทั้งยังมี Silent shutter มาให้ด้วย สามารถปรับ silent shutter ได้ ISO ปรับได้ตั้งแต่ 200 – 25600 สำหรับ ISO ที่มีขนาดน้อยเท่านี้ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร มากมาย

หน้าจอมีขนาด3นิ้ว ความละเอียด 1.04 ล้านจุด ระบบสัมผัส สามารถปรับหน้าจอขึ้นได้มากถึง 80 องศา และปรับลงได้ถึง50องศาและไม่อาจ selfie ได้ สำหรับกันสั่นจัดได้ว่าเป็นไฮไลต์ของ Olympus OM-D E-M10 II เลย ซึ่งเป็นประโยชน์กับการถ่ายภาพอย่างสุดๆ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ ที่ข้อมืออาจยังไม่ค่อยแข็งแรง ซึ่งเรื่องกันสั่นนี่แหละที่เป็นจุดแข็งอันโดดเด่นของกล้องยี่ห้อ Olympus มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว สำหรับ E-M10 รุ่นแรกก็มีกันสั่นมาให้ทั้ง 3 แกน หากแต่รุ่น E-M10 II กลับมีเพิ่มมาให้ถึง 5 แกน เท่ากับว่าจำนวนแกนเยอะขึ้นนั่นเอง มันก็จะส่งผลให้ทิศทางของกล้อง สามารถลดการสั่นไหวของภาพ ได้มากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง และจากการทดสอบกันสั่นของ E-M10 II เมื่อลองถือกล้องถ่ายด้วย Shutter Speed ที่ 1/3 วินาทีแต่ภาพก็ยังออกมาคมชัดสวยสดงดงาม ข้อดีของการมีกันสั่นที่ดี จึงทำสามารถใช้ Shutter Speed ช้าๆเพื่อให้แสงเข้ามาในภาพเยอะมากขึ้นได้ เพราะฉะนั้นความจำเป็นในการใช้ ISOสูงๆ ก็ลดลงตามไปด้วยนั่นเอง

Related posts